
|
ชื่อผิว |
ลักษณะ และวิธีการขัดผิว |
|
BA |
เป็นผิวสเตนเลสแบบมันเงา มีความสะท้อนแสง 54% |
|
2D |
ผิวด้านไม่เงา มีความสะท้อนแสง 13% ผลิตโดยวิธีการรีดเย็นจากโรงงาน ตามด้วยการอบอ่อน และขจัดคราบออกไซด์ออก |
|
2B |
ลักษณะผิวจะเงาขึ้นเล็กน้อยจากผิว 2D มีความสะท้อนแสง 22% ในเกรดออสเทนนิติค(304, 316) และ 46% ในเกรดเฟอร์ริติก (410, 430) |
|
No.4 |
เป็นผิวที่มีการขัดด้วยกระดาษทราย เบอร์ 150-180 |
|
No.5 |
ผิวขัด No.4 ที่ผ่านเครื่องปรับผิว (skin pass) |
|
No.6 |
ผิวขัดด้วยวัสดุขัดเบอร์ 200 – 300 |
|
No.7 |
ผิวขัดด้วยวัสดุขัดประเภทผ้าสักหลาด (Buffing) |
|
No.8 |
ขัดผิวให้มีความเงาเหมือนกระจก(Mirror Finish) ผ่านการขัดด้วยวัสดุขัดประเภทสำลี หรือผ้าสักหลาด |
|
HL |
ขัดผิวอย่างละเอียดด้วยกระดาษทรายให้มีรอยขีดเป็นเส้นต่อเนื่องคล้ายเส้นผม(HAIR LINE) |
การขัดผิวสเตนเลสให้ได้ผิวที่เหมาะแก่การใช้งานนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณา เช่นเดียวกันโดยวิธีการขัดที่นิยมใช้ ได้แก่
การขัดผิวด้วยกระบวนการเชิงกล (Mechanical Polishing)
>> นิยมใช้กับสเตนเลสที่เป็นแผ่นหนา หรือสเตนเลสในลักษณะเป็นม้วน (coil)
การขัดผิวด้วยกระบวนการทางเคมี (Chemical Polishing)
>> นิยมใช้กับชิ้นงานสเตนเลสขนาดเล็ก และบาง เช่น สารกึ่งตัวนำ (Semiconductor) ซึ่งไม่เหมาะที่จะขัดด้วยกระบวนการขัดเชิงกล
การขัดผิวด้วยกระบวนการทางไฟฟ้า ( Electro Polishing)
>> นิยมใช้กับชิ้นงานสเตนเลสที่ต้องการความละเอียด และความสะอาดของผิวสูง เช่น อุปกรณ์ สำหรับผลิตยา เครื่องสำอาง
หมาย เหตุ "L" Grades แสดง ถึงสเตนเลสนั้นมีคาร์บอนผสมอยู่น้อย (Low Carbon) ซึ่ง L เกรด จะเพิ่มความต้านทานพิเศษของการกัดกร่อนตามขอบเกรน แม้ผ่านการเชื่อมมาแล้ว แต่สเตนเลสชนิด L เกรด ราคาจะสูงกว่าชนิดธรรมดา เช่น 304L, 316L เป็นต้น